ขบวนการ
นักศึกษามหิดลกับ
6 ตุลา 2519
วิกฤตการณ์ก่อตัวขึ้นจากการเดินทางกลับเข้าประเทศของจอมพลประภาสและจอมพลถนอม ผนวกกับเหตุการณ์ที่พนักงานการไฟฟ้า 2 คน ถูกฆ่าแขวนคอขณะออกไปติดโปสเตอร์ต่อต้านพระถนอมในจังหวัดนครปฐม เหตุการณ์นี้ส่งผลให้ศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทยจัดการชุมนุมที่สนามหลวงในวันที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2519 เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลจัดการปัญหา ทำให้นำไปสู่การประท้วงและการแสดงละครล้อเลียนกรณีแขวนคอพนักงานการไฟฟ้า ณ ลานโพธิ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์



สื่อมวลชนบางสำนักและสถานีวิทยุยานเกราะ ใช้ภาพละครดังกล่าวปลุกระดมกลุ่มมวลชนจัดตั้งฝ่ายขวา ได้แก่ ลูกเสือชาวบ้าน นวพล และกระทิงแดง ให้มาปิดล้อมมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จนกระทั่งเช้ามืดของวันที่ 6 ตุลาคม การล้อมปราบอย่างโหดร้ายได้เริ่มต้นขึ้นด้วยการยิงระเบิดเอ็ม 79 และระดมยิงอาวุธสงครามใส่นักศึกษาอย่างไร้ปรานี ผู้รอดชีวิตถูกต้อนให้ถอดเสื้อนอนคว่ำ หน้าและถูกจับกุมตัวท่ามกลางการทำร้ายร่างกายโศกนาฏกรรมครั้งนี้ทำให้ นักศึกษามหาวิทยาลัยมหิดลเสียชีวิต 5 คน และบาดเจ็บสาหัส 2 คน



“
การตัดสินใจในวันนั้น ผมเชื่อว่าไม่มีใครสั่ง แต่เป็นความรู้สึกเหมือนเข้าตาจน ไม่รู้ว่ามีทางเลือกอะไรบ้าง ก็เชื่อว่าต้องชุมนุมยืดเยื้อ แต่ก็ไม่ได้ประเมินว่าเขาจะ ปราบโหดขนาดนี้
”

“
ขอพี่ ๆ หยุดเถอะ
พวกเราไม่มีอะไรเลย
พวกเราไม่ได้มีอะไร ที่จะมาต่อสู้กับท่านเลย
เรามือเปล่า...
ขอให้พวกท่านหยุด
”
เมื่อระเบิดลูกแรกตกลงในเวลาประมาณ ตี 5 นักศึกษาที่ชุมนุมอยู่ภายในสนามฟุตบอลมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ต่างตกอยู่ท่ามกลางความโกลาหล ขณะนั้น อาจารย์ธงชัย วินิจจะกูล ซึ่งเป็นหนึ่งในแกนนำพยายามร้องขอให้เจ้าหน้าที่หยุดการใช้กำลัง แต่เสียงร้องขอนั้นไม่อาจยุติความรุนแรงได้ การใช้อาวุธยังคงดำเนินต่อไป และเริ่มมีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต
ในช่วงเวลาเดียวกัน นักศึกษามหาวิทยาลัยมหิดลซึ่งสวมปลอกแขน พมช. (หน่วยพยาบาลเพื่อมวลชน) เพื่อแสดงตนว่าเป็นอาสาสมั ครด้านการแพทย์ ได้รีบวิ่งเข้าไปในสนามฟุตบอลเพื่อช่วยลำเลียงผู้บาดเจ็บมายังหน่วยพยาบาล ซึ่งตั้งอยู่บริเวณใต้ตึกบัญชีของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยมีนักศึกษาแพทย์คอยให้การรักษาเบื้องต้น
อย่างไรก็ตาม ระหว่างที่อาสาสมัครกำลังลำเลียงผู้บาดเจ็บออกจากพื้นที่ พวกเขากลับตกเป็นเป้าของการยิงจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ

“
นักศึกษาของมหิดล
ใส่ปลอกแขน พมช. ว่าเป็น
หน่วยพยาบาลเพื่อมวลชน
เพื่อให้เห็นว่าเราต้องการช่วยชีวิตคน
วิ่งเข้าไปในสนามฟุตบอล
แล้วก็ลากผู้บาดเจ็บมายังหน่วยพยาบาล
...
ขณะที่กำลังลากผู้บาดเจ็บ
ก็โดนอาวุธปืนของตำรวจ
เสียชีวิตทันที
”
ประวัติศาสตร์จากคำบอกเล่าของ ผศ. ดร.เนตรนภา ชุมทอง อดีตหน่วยพยาบาลเพื่อมวลชน ผู้ผ่านเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519

“
ตอนผู้หญิงออกมาชุดแรก ก็ถูกบังคับ เขาบอกให้ถอดเสื้อ เราบอก
'ทำไมต้องถอด ฉันเป็นผู้หญิงนะ'
เขาก็บอก
'ไม่ได้ เพราะว่า เดี๋ยวคุณจะเอาอาวุธ ไว้ใต้เสื้อในก็ได้'
เราบอก
'เราไม่มีเลย เรามากันด้วยมือเปล่า ใครจะมีอาวุธ'
...
เขาพูด
'ถ้าไม่ถอด เดี๋ยวผมถอดให้เด ี๋ยวนี้นะ'
ตอนนั้นอารมณ์ความรู้สึก
ทั้งเจ็บปวด
ทั้งอาย...
”
ประวัติศาสตร์จากคำบอกเล่าของ ผศ. ดร.เนตรนภา ชุมทอง อดีตหน่วยพยาบาลเพื่อมวลชน ผู้ผ่านเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519
“
เห่เอ๊ยเห่กล่อม
น้อมนำดวงใจไปถึงเพื่อน
พี่..น้อง..มหิดลมิเคยเลือน
วีรกรรมยังตราเตือนมิรู้ลืม
”
ความเสียสละของเหล่าวีรชนมหิดลยังคงเป็นที่จดจำ อมเรศ ไชยสอาด นักศึกษาคณะสาธารณสุขศาสตร์ ถูกลอบยิงเสียชีวิตขณะออกค่ายช่วยเหลือชนบทเมื่อต้นปี 2519 เช่นเดียวกันกับ ปรีดา จินดานนท์ สมาชิกวงดนตรีกรรมาชน ที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุที่เพื่อนนัก ศึกษาเชื่อมั่นว่าเป็นการลอบสังหาร
ในเหตุการณ์เช้ามืดวันที่ 6 ตุลาคม สุรสิทธิ์ สุภาภา และ วีระพล โอภาสพิไล สองนักศึกษาผู้เสียสละ ถูกยิงเสียชีวิตขณะกำลังปฏิบัติหน้าที่ในหน่วยพยาบาลและวิ่งฝ่าอันตรายเข้าไปช่วยผู้บาดเจ็บ วิมลวรรณ รุ่งทองใบสุรีย์ นักศึกษาพยาบาลรามาธิบดี ได้สละที่นั่งบนเรือให้ประชาชนหนีตาย และถูกยิงเสียชีวิตขณะตัดสินใจว่ายน้ำข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา ขณะที่ อับดุลรอเฮง สาตา และ สัมพันธ์ เจริญสุข นักศึกษาผู้ทำหน้าที่รักษาความปลอดภัยให้กับการชุมนุม ได้เสียชีวิตอย่างกล้าหาญจากการถูกระดมยิงด้วยอาวุธร้ายแรง
วีรกรรมของทุกคน คือเครื่องยืนยันถึงอุดมการณ์และความเสียสละอันยิ่งใหญ่เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมให้แก่สังคมไทย

อมเรศ ไชยสอาด
นักศึกษาคณะสาธารณสุขศาสตร์
ผู้มีบทบาทเป็นผู้นำนักศึกษาที่ทุ่มเทให้กิจกรรม เขาถูกลอบยิงเสียชีวิตเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2519 ขณะกำลังนอนหลับพักผ่อนหลังจากออกไปช่วยเหลือชุมชนสร้างศาลาวัดที่จังหวัดนครราชสีมา

ปรีดา จินดานนท์ (ปู่)
นักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์
สมาชิกผู้ควบคุมเสียงของวงดนตรี "กรรมาชน" เขาเสียชีวิตจากการถูกรถพุ่งชนเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2519 ซึ่งแม้ผู้บริหารมหาวิทยาลัยจะมองว่าเป็นอุบัติเหตุ แต่เพื่อน ๆ เชื่อมั่นว่านี่คือการลอบสังหารจากขบวนการขวาพิฆาตซ้าย

สุรสิทธิ์ สุภาภา (อู๊ด)
นักศึกษาคณะสาธารณสุขศาสตร์
สมาชิกผู้ควบคุมเสียงของวงดนตรี "กรรมาชน" ผู้มีนิสัยเงียบขรึมและสนใจการศึกษาปัญหาชนบท เขาเสียชีวิตจากการถูกยิงขณะปฏิบัติหน้าที่ในหน่วยพยาบาลเพื่อมวลชน (พ.ม.ช.) ที่ใต้ตึกบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในช่ วงเช้ามืดของวันที่ 6 ตุลาคม 2519

วิมลวรรณ รุ่งทองใบสุรีย์
นักศึกษาพยาบาลรามาธิบดี
ลูกสาวคนโตผู้เป็นเสาหลักของครอบครัว ในเหตุการณ์ 6 ตุลาคม เธอสละที่นั่งบนเรือให้ประชาชนที่แออัดหนีตาย และตัดสินใจกระโดดลงว่ายน้ำข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา แต่กลับถูกยิงเสียชีวิตอยู่กลางแม่น้ำนั่นเอง

อับดุลรอเฮง สาตา (อับดุล)
นักศึกษาคณะสาธารณสุขศาสตร์
ชาวมุสลิมจากจังหวัดนราธิวาส ผู้มีความกล้าหาญและมักอาสาเป็นหน่วยหน้า เขาทำหน้าที่ในหน่วยรักษาความปลอดภัยและเสียชีวิตจากการถูกระดมยิงด้วยอาวุ ธร้ายแรงที่หน้าประตูมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ในวันที่ 6 ตุลาคม

วีระพล โอภาสพิไล (โอ)
นักศึกษาคณะเทคนิคการแพทย์
ผู้เรียนเก่งและเป็นเด็กดีของครอบครัว เขาเสียชีวิตในวัยเพียง 19 ปี จากการถูกสะเก็ดระเบิดและถูกยิง ขณะวิ่งฝ่าอันตรายเข้าไปช่วยผู ้บาดเจ็บในฐานะหน่วยพยาบาลเพื่อมวลชนเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม

สัมพันธ์ เจริญสุข (เขียว)
นักศึกษาคณะเทคนิคการแพทย์
นักศึกษาจากภาคใต้ ผู้ร่าเริงและเต็มไปด้วยอุดมการณ์รักความเป็นธรรม เขาถูกยิงที่ศีรษะเสียชีวิตในทันที ขณะปฏิบัติหน้าที่ในหน่วยรักษาความปลอดภัยในเหตุการณ์ 6 ตุลาคม

“
ถ้าต่อสู้เพื่อมวลชนคนทุกข์ยาก
ความลำบากและความดีอยู่ที่ไหน
มันจะก้องโสตประสาทคนทั่วไป
จารึกไว้ในคัมภีร์วีรชน
”
อมเรศ ไชยสอาด