จาก 14 ตุลา 2516 ถึง 6 ตุลา 2519
บทบาทของชาวมหิดล
ในเหตุการณ์
14 ตุลาคม 2516
เหตุการณ์ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2516 เป็นการต่อสู้ครั้งสำคัญที่ชาวมหิดลได้ก้าวเข้ามามีบทบาท แม้ส่วนใหญ่จะอยู่ในช่วงเตรียมตัวสอบ แต่นักศึกษามหิดลได้กลายเป็นกำลังหลักทั้งในระดับแกนนำ งานข่าวกรองและหน่วยแพทย์ ช่วงแรกมี นายแพทย์วิชัย โชควิวัฒน เป็นแพทย์เพียงคนเดียวที่ร่วมลงชื่อใน "กลุ่มเรียกร้องรัฐธรรมนูญ" 100 คนแรก ขณะที่ นศพ.ประยงค์ เต็มชวาลา และ นศพ.เชิดชัย ตันติศิรินทร์ ทำหน้าที่เป็นแกนนำในกลุ่มบริหารศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (ศนท.) เพื่อร่วมตัดสินใจและเจ รจาต่อรอง เบื้องหลังความสำเร็จที่สำคัญคืองานข่าวกรอง นำโดย นสพ.จำรัส สรพิพัฒน์ ที่ใช้วิทยุดักฟังความเคลื่อนไหวของเจ้าหน้าที่รัฐ ทำให้ประเมินสถานการณ์ได้แม่นยำ

ด้านสาธารณสุข นศพ.เหวง โตจิราการ ได้ระดมทีมแพทย์และนักศึกษาพยาบาลรามาธิบดีมาตั้งรับสถานการณ์ฉุกเฉิน เมื่อสถานการณ์ตึงเครียด ขบวนนักศึกษาแพทย์ศิริราชกว่า 500 คน เดินขบวนข้ามสะพานพระปิ่นเกล้ามาสมทบที่ธรรมศาสตร์ และนักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์กว่า 200 คน นำโดย ตัดสินใจยกเลิกแผนการพานักศึกษาไปเที่ยวจังหวัดระยอง เพื่อมาร่วมชุมนุมที่ธรรมศาสตร์
แม้จะเกิดเหตุขัดข้องจากการสูญหายของเครื่องปั่นไฟ "ไอ้เขียว" จนทำให้การสื่อสารขัดข้องและเกิดความระส่ำระสาย และนำไปสู่การเคลื่อนขบวนไปยังลานพระบรมรูปทรงม้าโดยพลการ และเมื่อสถานการณ์ลุกลามจนมีการปะทะและยิงแก๊สน้ำตาในเช้าวันที่ 14 ตุลาคม แต่มีความพยายามในการประสานงานและดึงตัวนักศึกษาและประชาชน ให้ถอยกลับมาตั้งหลักที่ธรรมศาสตร์
ทำให้เห็นว่าความรู้ทางการแพทย์และการจัดการข่าวกรองของชาวมหิดลได้กลายเป็นฟันเฟืองสำคัญ ที่ช่วยประคับประคองขบวนการต่อสู้ของภาคประชาชนจนสามารถกดดันรัฐบาลเผด็จการได้สำเร็จ






















ภาพจากหนังสือวันมหาวิปโยคกับศิริราช (2517)