บันทึกเหตุการณ์
มหาวิทยาลัยมหิดล
บันทึกเหตุการณ์มหาวิทยาลัยมหิดล
อธิการบดี มหาวิทยาลัยมหิดล
ดำรงตำแหน่งเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2542จนถึงวันที่ 8 ธันวาคม 2550
อธิการบดี มหาวิทยาลัยมหิดล
ดำรงตำแหน่งเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2550จนถึงวันที่ 8 ธันวาคม 2554
อธิการบดี มหาวิทยาลัยมหิดล
เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2554จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2557
QUICK LINKS
ติดต่องานบริหารจดหมายเหตุ
ติดต่องานพิพิธภัณฑ์และนิทรรศการ
*** สถานที่ติดต่อเข้าชมนิทรรศการหอพระราชประวัติสมเด็จพระบรมราชชนก และหอเกียรติยศแห่งมหาวิทยาลัยมหิดล
© 2021 ฝ่ายจดหมายเหตุและพิพิธภัณฑ์ หอสมุดและคลังความรู้มหาวิทยาลัยมหิดล. All Rights Reserved.
ประวัติและพัฒนาการ
มหาวิทยาลัยมหิดล
ประวัติและพัฒนาการมหาวิทยาลัยมหิดล
มหาวิทยาลัยมหิดล : สถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษาแห่งแรกในประเทศไทย
มหาวิทยาลัยมหิดลมีพัฒนาการจากโรงเรียนแพทย์ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งขึ้น และเริ่มเปิดการสอนใน พ.ศ. 2432 โดยให้อยู่ในโรงศิริราชพยาบาล ซึ่งได้จัดตั้งขึ้นและเปิดทำการเมื่อวันที่ 21 เมษายน 2431 ซึ่งประวัติและพัฒนาการมหาวิทยาลัยมหิดลมีการแบ่งเป็นยุคต่างๆ ดังนี้
เกิดอหิวาตกโรคระบาดขึ้น พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงทรงมีพระราชดำริให้จัดตั้งโรงพยาบาลชั่วคราวขึ้น เพื่อให้การรักษาผู้ป่วย
22 มีนาคม พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งคณะกรรมการจัดสร้างโรงพยาบาลแห่งแรกของประเทศ โดยพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์เป็นทุนแรกเริ่มดำเนินการ ก่อสร้าง ณ บริเวณพระราชวังบวรสถานพิมุข (วังหลัง)
31 พฤษภาคม สมเด็จฯ เจ้าฟ้าศิริราชกกุธภัณฑ์ พระราชโอรสได้ประชวรด้วยโรคบิดสิ้นพระชนม์ ทำให้ทรงมีพระราชปณิธานอย่างแรงกล้าให้มีโรงพยาบาล ด้วยพระราชทานสิ่งของ และเงินพระมรดกของสมเด็จฯ เจ้าฟ้าศิริราชกกุธภัณฑ์ แก่โรงพยาบาล
1 มกราคม นพ. ยอร์ช บี แมคฟาร์แลนด์ เข้ารับราชการเป็นอาจารย์สอนนักเรียนแพทย์
นักเรียนแพทย์รุ่นแรกสำเร็จการศึกษา ได้รับประกาศนียบัตรแพทย์จำนวน 9 คน
31 พฤษภาคม ตั้งชื่อโรงเรียนแพทย์ว่า “โรงเรียนแพทยากร”
สมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรีฯ (สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถในรัชกาลที่ 5) พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ให้สร้าง โรงเรียนหญิงแพทย์ผดุงครรภ์แลการพยาบาลไข้ ขึ้นในบริเวณโรงศิริราชพยาบาล นับเป็นโรงเรียนพยาบาลแห่งแรกของประเทศไทย
3 มกราคม พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินเปิดตึกโรงเรียนแพทย์ และพระราชทานนามใหม่ว่า “โรงเรียนราชแพทยาลัย”
นพ. ยอร์ช บี แมคฟาร์แลนด์ (พระอาจวิทยาคม) เป็นผู้อำนวยการทั้งฝ่ายโรงพยาบาล และฝ่ายโรงเรียนแพทย์
โรงเรียนหญิงแพทย์ผดุงครรภ์แลการพยาบาลไข้ เปลี่ยนชื่อเป็น โรงเรียนแพทย์ผดุงครรภ์และหญิงพยาบาล
พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นชัยนาทนเรนทร (สมเด็จฯ กรมพระยาชัยนาทนเรนทร) ผู้ช่วยปลัดทูลฉลองกระทรวงธรรมการ โปรดให้ปรับปรุงการศึกษาแพทย์โดยเพิ่มวิชาทางวิทยาศาสตร์พื้นฐาน ขยายหลักสูตรแพทย์เป็น 5 ปี และรับนักเรียนจบชั้นมัธยมปีที่ 6
พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นชัยนาทนเรนทร เป็นผู้บัญชาการราชแพทยาลัย เลิกการสอนวิชาแพทย์ไทยในหลักสูตรแพทย์ประกาศนียบัตร และให้เปิดสอนประกาศนียบัตรแพทย์ปรุงยา (เภสัชศาสตร์) หลักสูตร 3 ปี
26 มีนาคม พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้สถาปนา “โรงเรียนข้าราชการพลเรือนในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว” เป็น “จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย”
6 เมษายน รวมโรงเรียนราชแพทยาลัย เป็น “คณะแพทยศาสตร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย” ซึ่งต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น “คณะแพทยศาสตร์และศิริราชพยาบาล”
ขยายหลักสูตรแพทย์ประกาศนียบัตรเป็น 6 ปี โดย 4 ปีแรกเรียนวิชาเตรียมแพทย์และปรีคลินิกที่คณะอักษรศาสตร์และวิทยาศาสตร์ และ 2 ปีหลังเรียนวิชาคลินิกที่ศิริราช
ศ.นพ.เอลเลอร์ จี. เอลลิส พยาธิแพทย์คนแรกของไทย ชาวอเมริกันที่เข้ามาช่วยพัฒนาศิริราชตามโครงการความร่วมมือกับมูลนิธิร็อคกี้เฟลเลอร์ ในช่วงปี พ.ศ. 2462-2464 และ 2466-2471
เจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี เสนาบดีกระทรวงธรรมการ รับพระบรมราชโองการทำจดหมายถึงมูลนิธิร็อคกี้เฟลเลอร์ ให้เข้ามาช่วยปรับปรุงการศึกษาแพทย์ ซึ่งมูลนิธิฯ ส่งนายแพทย์ ริชาร์ด เอม เพียร์ส เข้ามาเจรจากับกระทรวงธรรมการ โดยกราบทูลเชิญสมเด็จฯ เจ้าฟ้ามหิดลอดุลยเดช (สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก) เป็นผู้แทนฝ่ายไทยเพื่อตกลงในหลักการ
สมเด็จฯ เจ้าฟ้ามหิดลอดุลยเดช พระราชทานเงินค่าก่อสร้าง “ตึกศัลยกรรมชาย” ภายหลังเสด็จสวรรคตแล้วจึงได้ใช้ชื่อว่า “มหิดลบำเพ็ญ” เพื่อเป็นอนุสรณ์ และระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ
รับนิสิตเตรียมแพทย์ปริญญารุ่นแรกจากนักเรียนจบชั้นมัธยมปีที่ 8 มูลนิธิร็อคกี้เฟลเลอร์ และขยายความช่วยเหลือไปถึงโรงเรียนพยาบาล และคณะอักษรศาสตร์และวิทยาศาสตร์ด้วย
21 มิถุนายน พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินมาทอดพระเนตรการก่อสร้างตึกต่างๆ และกิจการของโรงพยาบาลศิริราช
นิสิตเตรียมแพทย์ปริญญารุ่นแรกสำเร็จการศึกษา
24 กันยายน ในพระราชพิธีพระราชทานเพลิง สมเด็จฯ กรมหลวงสงขลานครินทร์ (สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก) นิสิตแพทย์ได้รับเกียรติฯ ให้อัญเชิญเครื่องประกอบพระราชอิสริยยศในริ้วขบวน
25 ตุลาคม พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปพระราชทานปริญญาแพทยศาสตรบัณฑิตให้แพทย์ปริญญารุ่นที่ 1 และรุ่นที่ 2 ณ ห้องประชุมตึกอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อมพระราชทานเหรียญรางวัลให้ผู้ที่ได้คะแนนเป็นเยี่ยม เป็นพิธีพระราชทานปริญญาบัตรครั้งแรกของไทย
คณะแพทยศาสตร์และศิริราชพยาบาล จัดกิจกรรมรับน้องมหาวิทยาลัยขึ้นครั้งแรก จนเป็น “ประเพณีข้ามฟาก” มาถึงปัจจุบัน
ศ. นพ. หลวงเฉลิมคัมภีร์เวชช์ (เฉลิม พรหมมาส) ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ (17 เมษายน 2488 – 15 กันยายน 2500)
25 พฤษภาคม จัดตั้งคณะสาธารณสุขศาสตร์ ตามพระราชกฤษฏีกาจัดวางระเบียบราชการกรมมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ในกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2491 และจัดตั้งคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์
โอนคณะสัตวแพทยศาสตร์ ไปสังกัดมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
เริ่มระบบแพทย์ฝึกหัดซึ่งกำหนดให้แพทย์จบการศึกษาใหม่ต้องไปฝึกหัดในโรงพยาบาลที่ทางการรับรองเป็นเวลา 1 ปี จึงขึ้นทะเบียนประกอบโรคศิลปแผนปัจจุบันได้ ระหว่างฝึกหัดได้รับเงินเดือนและสวัสดิการด้านที่พักอาศัยและอาหาร
จัดตั้งศูนย์วิจัยประชากรและสังคม
7 มิถุนายน จัดตั้งคณะทันตแพทยศาสตร์พญาไท และคณะเภสัชศาสตร์พญาไท
11 กุมภาพันธ์ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ประธานกรรมการส่งเสริมมหาวิทยาลัยมหิดล ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดประชุม ครั้งแรก ณ วังสระประทุม มีการพิจารณาเรื่องขอซื้อที่ดินที่ ต. ศาลายา จ. นครปฐม เพื่อขยายกิจการของมหาวิทยาลัยมหิดล
30 มกราคม ยกฐานะโครงการการศึกษาและวิจัยสิ่งแวดล้อม เป็นคณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์
จัดตั้งศูนย์ฝึกอบรมและพัฒนาการสาธารณสุขมูลฐานอาเซียน
18 ธันวาคม จัดตั้งศูนย์ศาลายา มหาวิทยาลัยมหิดล รับผิดชอบการขยายพื้นที่ทำการของมหาวิทยาลัย ไปยัง ต. ศาลายา อ. นครชัยศรี (ปัจจุบันคือ อ. พุทธมณฑล) จ. นครปฐม
18 สิงหาคม จัดตั้งคณะวิศวกรรมศาสตร์
ศ. เกียรติคุณ นพ. นที รักษ์พลเมือง ดำรงตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัยมหิดล (พ.ศ.2535-2549)
21 กันยายน จัดตั้งวิทยาลัยดุริยางคศิลป์
27 มิถุนายน จัดตั้งวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการกีฬา
14 ตุลาคม จัดตั้งโครงการจัดตั้งสำนักงานสิทธิมนุษยชนศึกษาและการพัฒนาสังคม
25 สิงหาคม โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ เปลี่ยนสถานภาพเป็นองค์กรมหาชน
17 ธันวาคม จัดตั้งโครงการจัดตั้งคณะศิลปศาสตร์
1 พฤศจิกายน จัดตั้งศูนย์ศึกษาและพัฒนาสันติวิธี
1. สำนักคอมพิวเตอร์ มาเป็นคณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
2. สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเพื่อพัฒนาชนบท เป็น สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเอเชีย
3. สถาบันพัฒนาการสาธารณสุขอาเซียน เป็น สถาบันพัฒนาสุขภาพอาเซียน
4. สถาบันวิจัยและพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และสถาบันอณูชีววิทยาและพันธุศาสตร์ รวมเป็น สถาบันชีววิทยาศาสตร์โมเลกุล
5. สถาบันวิจัยโภชนาการ เป็น สถาบันโภชนาการ
6. สำนักหอสมุด เป็น หอสมุดและคลังความรู้มหาวิทยาลัยมหิดล
7. โครงการจัดตั้งมหาวิทยาลัยมหิดล กาญจนบุรี เป็น วิทยาเขตกาญจนบุรี
8. โครงการจัดตั้งคณะกายภาพบำบัดและวิทยาศาสตร์การเคลื่อนไหวประยุกต์ เป็น คณะกายภาพบำบัด
9. โครงการจัดตั้งคณะศิลปศาสตร์ เป็น คณะศิลปศาสตร์
10. โครงการจัดตั้งสถาบันนวัตกรรมและพัฒนากระบวนการเรียนรู้ เป็น สถาบันนวัตกรรมการเรียนรู้
11. โครงการจัดตั้งวิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล เป็น วิทยาลัยนานาชาติ
12. โครงการจัดตั้งวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล เป็น วิทยาลัยดุริยางคศิลป์
ศ. นพ. รัชตะ รัชตะนาวิน ดำรงตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล
QUICK LINKS
ติดต่องานบริหารจดหมายเหตุ
ติดต่องานพิพิธภัณฑ์และนิทรรศการ
*** สถานที่ติดต่อเข้าชมนิทรรศการหอพระราชประวัติสมเด็จพระบรมราชชนก และหอเกียรติยศแห่งมหาวิทยาลัยมหิดล
© 2021 ฝ่ายจดหมายเหตุและพิพิธภัณฑ์ หอสมุดและคลังความรู้มหาวิทยาลัยมหิดล. All Rights Reserved.
สาระความรู้
knowledge
ประวัติศาสตร์จากคำบอกเล่า
กำนันยุพา เขียวคำรพ
“อยากให้มหาวิทยาลัยมีองค์ความรู้หลากหลาย อยากให้ลงไปในชุมชมมากอย่างเช่นไปดูในแต่ละชุมชนเค้าต้องการอะไร ไม่ใช่ต้องการเรื่องเงินทองนะคะ ดูว่าความรู้เค้าขาดอะไร”
นางสาวกันยา โพธิปิติ
“ถ้าให้นึกถึงความทรงจำที่เกี่ยวกับศาลายา ก็จะนึกถึงตึกแมลงปอ ช่วงนั้นรุ่นแรกๆ จะเรียนที่ตึกแมลงปอเขาก็จะพูดติดปากว่าจะไปตึกแมลงปอ เหมือนเป็นเอกลักษณ์ว่าตึกแมลงปอมันเกิดคู่กันมาตั้งแต่ดั้งเดิมเลยนะ”
นางสาวฉัตรศรี จำปาขาว
“เราอาจจะไม่ได้ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานอะไรมากมาย แต่รู้สึกภูมิใจที่ได้ทำหน้าที่หนึ่งที่ถือว่าเป็นสาระสำคัญในการช่วยแก้ปัญหาชีวิตความเป็นอยู่ของนักศึกษา หรือคนศาลายาให้ได้อยู่อย่างเป็นสุข”
นางสาวศรีวิไล สังฆสุบรรณ์
“ยุคประมาณ พ.ศ. 2534 อาจารย์คณะวิทย์ มีแนวโน้มที่จะไม่มาสอนที่ศาลายาเพราะอยู่ไกล มันไม่ใช่ยุคแรกนะคะ ตอนนั้นยังจำได้ต้องจัดเชิญครูแนะแนวมาทั่วประเทศ เชิญมาสัมมนาเรื่องหลักสูตรของมหาวิทยาลัยมหิดล ที่ศาลายา เพื่อที่จะให้เด็กมาเรียนที่มหิดล เด็กนักศึกษาไปพูดกันเรื่องผี น้ำไม่ไหล ไฟดับ โทรศัพท์เสีย เหมือนกับรุ่นพี่ พอกลับไปโรงเรียนเก่าแล้วก็ไปเล่าต่อ”
นายนววิทย์ พงศ์อนันต์
“มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นหลายอย่าง แต่ผมก็ชอบนะ เพราะการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นมันดูดี บางอย่างทำมาแล้วได้ใช้ประโยชน์ ที่ผมชอบมาก เช่น รถราง ผมใช้บริการเป็นประจำ”
นายมนัส ทองธาตุ
“ผมมีความสุขนะ มีความสุขที่ได้ช่วยงานตรงนี้งานพระราชบิดาท่าน ที่ลูกได้เล่าเรียนก็เพราะพระราชบิดาประทานที่ให้คืออยู่ตรงนี้อยู่ด้วยความเต็มใจในการช่วยมหาวิทยาลัยก่อตั้ง อยากจะอยู่ช่วยตรงนี้เต็มที่”
นายอนุชา โมกขะเวส
“ผมมีความสุขนะ มีความสุขที่ได้ช่วยงานตรงนี้งานพระราชบิดาท่าน ที่ลูกได้เล่าเรียนก็เพราะพระราชบิดาประทานที่ให้คืออยู่ตรงนี้อยู่ด้วยความเต็มใจในการช่วยมหาวิทยาลัยก่อตั้ง อยากจะอยู่ช่วยตรงนี้เต็มที่”
นายเจน ชัยเดช
“ถ้าไม่มีวิทยาลัยราชสุดา ไม่มีมหาวิทยาลัยมหิดล ตัวผมเองก็ไม่มีวันนี้”
นายแพทย์ วรมันต์ ไวดาบ
“เนื่องจากว่าเราเป็นรุ่นแรก เราไม่มีรุ่นพี่ รุ่นน้องเลย แต่เราได้ร่วมกิจกรรมกับเขา ก็รู้สึกว่ามีความอบอุ่นมากเพราะว่าเขาไม่ได้แบ่งแยกอะไรเลย เหมือนเราก็เป็นเนื้อเดียวกับเด็กของมหาวิทยาลัยไม่ได้รู้สึกว่าเราเป็นสถาบันสมทบเลยแม้แต่น้อย”
นายแพทย์วัฒนา เทียมปฐม
“ถ้านึกภาพศาลายาเมื่อสมัยอดีต ก็จะนึกถึงตำนานศาลา ศาลาที่มียา จะมีคลองตัดผ่านที่รัชกาลที่ 4 โปรดให้ขุด มีการสร้างศาลาสำหรับที่พัก ถ้าเป็นจจุบัน ถ้าพูดถึงศาลายา ก็จะนึกถึง มหาวิทยาลัยมหิดล
และที่นึกถึงอีกอันหนึ่งก็คือ พุทธมณฑล ก็มีอยู่สองแห่ง”
นายแพทย์ศุภชัย ไพบูลย์ผล
“แต่บรรยากาศของอาจารย์เป็นอีกแบบหนึ่ง ทำไมอาจารย์ถึงต้องรีบกลับ เพราะว่ารถติดที่กรุงเทพฯ คือบรรยากาศตรงนี้ที่ศาลายาเป็นแบบชนบท เป็นบรรยากาศที่ผมประทับใจนะ”
น้าพนำ จันทร์อุ่น
“บางทีตีหนึ่งตีสองยามไปตามก็ต้องมา ทำงานหนัก แต่มันสนุกบางคนเขาบอกว่าทำไปทำไม ใครจะไปเห็นอาจารย์เขากลับบ้านกันไปหมดอาจารย์ไม่เห็นแต่สมเด็จพระราชบิดาเห็น ใจมุ่งมั่น คนไม่เห็น ผีเห็น คือเราไม่ได้ทำเอาหน้า”
ป้าพูล เลิศลบ
“สมัยก่อนศาลายามีแต่นา มันเตี้ยโล่ง มีบ้านก็อยู่ห่างกัน ถึงบ้านจะอยู่ห่างกัน แต่ก็ไม่มี
การจี้ปล้นกัน แต่ลักเล็กขโมยน้อยมีบ้าง ไม่มีคนรวย มีแต่พอกิน”
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ประดน จาติกวนิช
“ผมจะไม่สนุกถ้าไม่ได้กล่าวถึงการปลูกต้นไม้ที่ศาลายา ผมไม่มีเจตนาที่จะวิพากษ์วิจารณ์ว่าที่เป็นอยู่ปัจจุบันนี้ดีหรือไม่อย่างไร แต่อยากเล่าระสบการณ์เกี่ยวกับต้นไม้ที่ผมได้คลุกคลีอยู่ในพื้นที่นี้ตั้งแต่ พ.ศ. 2515 เมื่อเริ่มต้นโครงการศูนย์สัตว์ทดลองขึ้นที่ศาลายา เป็นต้นมา” “ผมขอบใจที่ให้โอกาสมาเล่าความหลังระลึกถึงอดีตซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่ยาวนานในชีวิตการทำงานก่อนเกษียณอายุของผม อย่างน้อยที่สุดก็ได้เล่าให้ชาวมหิดลได้ทราบว่าศูนย์สัตว์ทดลองแห่งชาติได้เติบโตขึ้นมาอย่างไรในมหาวิทยาลัยมหิดล”
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุวิทย์ เพียรกิจกรรม
“การจัดการเรียนการสอนและการสอบ ตอนนั้นผมก็รู้สึกอึดอัดอยู่บ้าง พอผ่านไปแล้วเรื่องเล็กมากคิดย้อนไปแล้วก็ต้องขอบคุณพวกอาจารย์เค้าที่ยอมมา ผมโดนดุบ้างเหมือนกัน เพราะบางท่านเคยสอนผมมาก่อนพอผมไม่ได้โต้ตอบต่อการดุว่าได้แต่ขอร้องอาจารย์ท่านๆก็เมตตา จริงๆพออยู่สักพักหนึ่งก็สบายขึ้น”
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ เรณู ทวิชชาติวิทยากุล
“พอเริ่มหัวค่ำยุงเยอะมากๆจนยืนนิ่งไม่ได้ ส่วนใหญ่เป็นยุงดำๆ ตัวโตมาก ตัวเท่าช้าง(เวอร์นิดๆ)กัดแบบสุดฤทธิ์เลย แล้วเวลาที่จัดงานช่วงกลางคืน ต้องจุดยากันยุงเยอะเลย”
รองศาสตราจารย์ นายแพทย์ มันตรี จุลสมัย
“ศาลายาปี พ.ศ. 2525 พื้นที่เป็นท้องนาซะส่วนใหญ่ เรามาก็สร้างตึกอำนวยการที่ตอนนี้เป็นนาคารไทยพาณิชย์ คลีนิกแพทย์ก็อยู่ตรงนั้นชั้นล่าง ห้องไม่ใหญ่พอทำงานได้มีเจ้าหน้าที่คนนึง พยาบาลคนนึง แล้วก็หมอคนนึง”
ลุงปุณยเสริฐ ยงใจยุธ
“เมื่อก่อนในหลวงท่านก็ชอบขึ้นรถไฟนะ พอวันไหนในหลวงจะเสด็จ ก็จะมาคอยดัก ท่านก็โบกมือให้”
ศาสตราจารย์ ดร.ปราโมทย์ ประสาทกุล
“เราไม่เสียดายอดีต แต่กลับชื่นชมศาลายาปัจจุบัน เดี๋ยวนี้ศาลายาเป็นเมืองมหาวิทยาลัยที่สวยงามมาก มหิดลศาลายาเขียวขจีทั่วเขตคามงามพิไล”
ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร. สิรินทร์ พิบูลนิยม
“ในช่วงแรกๆอาจารย์ก็จะคิดถึงเรื่องเอาน้ำเข้า ไฟเข้า การเดินทาง คิดถึงเรื่องพื้นฐานก่อนแล้วก็ปลูกต้นไม้ให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ ตัดคำว่า Sahara ทิ้งไปให้ได้”
“สิ่งที่อาจารย์ยึดถือในการทำงานจากอาจารย์ณัฐ คือทำงานให้ดีที่สุด“ถือประโยชน์ราชการเป็นหลัก ประหยัด ซื่อสัตย์ มีคุณธรรม” แค่นี้พอแล้ว 4 อย่าง”
QUICK LINKS
ติดต่องานบริหารจดหมายเหตุ
ติดต่องานพิพิธภัณฑ์และนิทรรศการ
*** สถานที่ติดต่อเข้าชมนิทรรศการหอพระราชประวัติสมเด็จพระบรมราชชนก และหอเกียรติยศแห่งมหาวิทยาลัยมหิดล
© 2021 ฝ่ายจดหมายเหตุและพิพิธภัณฑ์ หอสมุดและคลังความรู้มหาวิทยาลัยมหิดล. All Rights Reserved.
สาระความรู้
knowledge
สาระความรู้
QUICK LINKS
ติดต่องานบริหารจดหมายเหตุ
ติดต่องานพิพิธภัณฑ์และนิทรรศการ
*** สถานที่ติดต่อเข้าชมนิทรรศการหอพระราชประวัติสมเด็จพระบรมราชชนก และหอเกียรติยศแห่งมหาวิทยาลัยมหิดล
© 2021 ฝ่ายจดหมายเหตุและพิพิธภัณฑ์ หอสมุดและคลังความรู้มหาวิทยาลัยมหิดล. All Rights Reserved.
อบรมยุวมัคคุเทศก์
MU GUIDE
QUICK LINKS
ติดต่องานบริหารจดหมายเหตุ
ติดต่องานพิพิธภัณฑ์และนิทรรศการ
*** สถานที่ติดต่อเข้าชมนิทรรศการหอพระราชประวัติสมเด็จพระบรมราชชนก และหอเกียรติยศแห่งมหาวิทยาลัยมหิดล
© 2021 ฝ่ายจดหมายเหตุและพิพิธภัณฑ์ หอสมุดและคลังความรู้มหาวิทยาลัยมหิดล. All Rights Reserved.
อบรมยุวมัคคุเทศก์
MU GUIDE
ผลการดำเนินงานโครงการให้ความรู้ด้านพิพิธภัณฑ์และนิทรรศการแก่นักศึกษา MU Guide
สถิติความพึงพอใจ
อบรมยุวมัคคุเทศ MU Guide รุ่นที่ 1
QUICK LINKS
ติดต่องานบริหารจดหมายเหตุ
ติดต่องานพิพิธภัณฑ์และนิทรรศการ
*** สถานที่ติดต่อเข้าชมนิทรรศการหอพระราชประวัติสมเด็จพระบรมราชชนก และหอเกียรติยศแห่งมหาวิทยาลัยมหิดล
© 2021 ฝ่ายจดหมายเหตุและพิพิธภัณฑ์ หอสมุดและคลังความรู้มหาวิทยาลัยมหิดล. All Rights Reserved.
อบรมยุวมัคคุเทศก์
MU GUIDE
การดำเนินงานโครงการให้ความรู้ด้านพิพิธภัณฑ์และนิทรรศการแก่นักศึกษา MU Guide
QUICK LINKS
ติดต่องานบริหารจดหมายเหตุ
ติดต่องานพิพิธภัณฑ์และนิทรรศการ
*** สถานที่ติดต่อเข้าชมนิทรรศการหอพระราชประวัติสมเด็จพระบรมราชชนก และหอเกียรติยศแห่งมหาวิทยาลัยมหิดล
© 2021 ฝ่ายจดหมายเหตุและพิพิธภัณฑ์ หอสมุดและคลังความรู้มหาวิทยาลัยมหิดล. All Rights Reserved.
ยุวมัคคุเทศก์
MU GUIDE
โครงการอบรมยุวมัคคุเทศก์ MU Guide รุ่นที่ 8
ประจำปี 2561
ชื่อโครงการ
อบรมยุวมัคคุเทศก์ “MU Guide” รุ่นที่ 8
หลักการและเหตุผล
ฝ่ายจดหมายเหตุและพิพิธภัณฑ์ หอสมุดและคลังความรู้มหาวิทยาลัยมหิดล ดำเนินการจัดโครงการอบรมยุวมัคคุเทศก์ “MU Guide” ขึ้นครั้งแรกในปี พ.ศ. 2554 เพื่อ สนับสนุนยุทธศาสตร์ของมหาวิทยาลัยในการส่งเสริมให้นักศึกษาได้เรียนรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ ความเป็นมาของมหาวิทยาลัย เพื่อให้เกิดความภาคภูมิใจ และได้พัฒนาทักษะการพูดต่อหน้า สาธารณชน เพื่อเป็นตัวแทนในการสร้างภาพลักษณ์ของมหาวิทยาลัยแก่ผู้มาเยือน ให้มีความเด่นชัดและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่งโครงการนี้จะเป็นเวทีให้นักศึกษาได้นำความรู้และ ประสบการณ์ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ในกิจกรรมนำชมมหาวิทยาลัย และการต้อนรับอาคันตุกะได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม พร้อมทั้งเกิดความตระหนักถึงคุณค่าของมหาวิทยาลัยมหิดลในฐานะ ปัญญาของแผ่นดิน อันเป็นสถาบันที่ก่อประโยชน์และสร้างสรรค์สังคม
ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 นี้ ฝ่ายจดหมายเหตุและพิพิธภัณฑ์ หอสมุดฯ จึงพิจารณาจัดโครงการอบรมยุวมัคคุเทศก์ “MU Guide” รุ่นที่ 8 ขึ้น เป็นโครงการต่อเนื่อง เพื่อ บริการวิชาการด้านจดหมายเหตุและพิพิธภัณฑ์แก่นักศึกษา ในการฝึกอบรมเป็นมัคคุเทศก์ ซึ่งมีส่วนสำคัญในการนำเสนอภาพลักษณ์ของมหาวิทยาลัยให้เป็นไปในทางที่ดี ดังเช่นที่ผ่านมา โดย การอบรมจะเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้ฝึกทักษะการเป็นมัคคุเทศก์ ได้เยี่ยมชมแหล่งเรียนรู้สำคัญเกี่ยวกับมหาวิทยาลัยมหิดล หอพระราชประวัติสมเด็จพระบรมราชชนก หอเกียรติยศ แห่งมหาวิทยาลัยมหิดล และร่วมกิจกรรม Campus Tour ซึ่งนักศึกษาจะได้รับฟังบรรยาย แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และฝึกฝนทักษะในการพูดต่อหน้าสาธารณชน
อนึ่ง โครงการดังกล่าวยังมีส่วนสำคัญในการสร้างความร่วมมือเครือข่ายกับนักศึกษา เพื่อเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้มีบทบาท และร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับฝ่ายจดหมายเหตุและพิพิธภัณฑ์ ในการ ถ่ายทอดเรื่องราวน่าประทับใจเกี่ยวกับมหาวิทยาลัยมหิดลแก่ผู้มาเยือน รวมถึงการสร้างสรรค์กิจกรรมต่าง ๆ ร่วมกันในอนาคต นับเป็นการสร้างเสริมความสัมพันธ์อันดี ระหว่างนักศึกษา MU Guide รุ่นก่อนหน้าและรุ่นปัจจุบัน รวมถึงบุคลากรของฝ่ายจดหมายเหตุและพิพิธภัณฑ์ หอสมุดและคลังความรู้มหาวิทยาลัยมหิดลอีกด้วย
วัตถุประสงค์โครงการ
1. เพื่อบริการสารสนเทศสนับสนุนการศึกษาและการเรียนรู้เกี่ยวกับข้อมูลประวัติศาสตร์ของมหาวิทยาลัยมหิดล ผ่านเกร็ดเรื่องเล่าและนิทรรศการ
2. เพื่อฝึกฝนทักษะการพูดให้นักศึกษาสามารถเป็นมัคคุเทศก์นำชมมหาวิทยาลัย ที่พร้อมให้ข้อมูลแก่ผู้มาเยือนได้อย่างถูกต้องและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน
3. เพื่อสร้างความร่วมมือเครือข่ายกับนักศึกษา ในการร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับฝ่ายจดหมายเหตุและพิพิธภัณฑ์ หอสมุดฯ ในการต้อนรับผู้มาเยี่ยมเยือนมหาวิทยาลัย มหิดล
4. เพื่อเปิดโอกาสให้นักศึกษาผู้เข้ารับการอบรมได้เข้าร่วมโครงการหรือกิจกรรมอื่น ๆ ภายใต้การดูแลของฝ่ายจดหมายเหตุและพิพิธภัณฑ์ หอสมุดและคลังความรู้ มหาวิทยาลัยมหิดลในอนาคต
คู่มือการอบรม MU GUIDE รุ่นที่ 8
ภาพบรรยากาศ
กำหนดการเดินทาง
QUICK LINKS
ติดต่องานบริหารจดหมายเหตุ
ติดต่องานพิพิธภัณฑ์และนิทรรศการ
*** สถานที่ติดต่อเข้าชมนิทรรศการหอพระราชประวัติสมเด็จพระบรมราชชนก และหอเกียรติยศแห่งมหาวิทยาลัยมหิดล
© 2021 ฝ่ายจดหมายเหตุและพิพิธภัณฑ์ หอสมุดและคลังความรู้มหาวิทยาลัยมหิดล. All Rights Reserved.
ยุวมัคคุเทศก์
MU GUIDE
โครงการอบรมยุวมัคคุเทศก์ MU Guide รุ่นที่ 7
ประจำปี 2560
ชื่อโครงการ
อบรมยุวมัคคุเทศก์ “MU Guide” รุ่นที่ 7
หลักการและเหตุผล
ฝ่ายจดหมายเหตุและพิพิธภัณฑ์ หอสมุดและคลังความรู้มหาวิทยาลัยมหิดล ดำเนินการจัดโครงการอบรมยุวมัคคุเทศก์ “MU Guide” ขึ้นครั้งแรกในปี พ.ศ. 2554 เพื่อสนับสนุนยุทธศาสตร์ของมหาวิทยาลัยในการส่งเสริมให้นักศึกษาได้เรียนรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ ความเป็นมาของมหาวิทยาลัย เพื่อให้เกิดความภาคภูมิใจ และได้พัฒนาทักษะการพูดต่อหน้าสาธารณชน เพื่อเป็นตัวแทนในการสร้างภาพลักษณ์ของมหาวิทยาลัยแก่ผู้มาเยือน ให้มีความเด่นชัดและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่งโครงการนี้จะเป็นเวทีให้นักศึกษาได้นำความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ในกิจกรรมนำชมมหาวิทยาลัย และการต้อนรับอาคันตุกะได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม พร้อมทั้งเกิดความตระหนักถึงคุณค่าของมหาวิทยาลัยมหิดลในฐานะปัญญาของแผ่นดิน อันเป็นสถาบันที่ก่อประโยชน์และสร้างสรรค์สังคม
ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 นี้ ฝ่ายจดหมายเหตุและพิพิธภัณฑ์ หอสมุดฯ จึงพิจารณาจัดโครงการอบรมยุวมัคคุเทศก์ “MU Guide” รุ่นที่ 7 ขึ้น เป็นโครงการต่อเนื่อง เพื่อบริการวิชาการด้านจดหมายเหตุและพิพิธภัณฑ์แก่นักศึกษา ในการฝึกอบรมเป็นมัคคุเทศก์ ซึ่งมีส่วนสำคัญในการนำเสนอภาพลักษณ์ของมหาวิทยาลัยให้เป็นไปในทางที่ดี ดังเช่นที่ผ่านมา โดยการอบรมจะเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้ฝึกบุคลิกภาพความเป็นมัคคุเทศก์ และเยี่ยมชมแหล่งเรียนรู้ที่สำคัญเกี่ยวกับมหาวิทยาลัยมหิดล ประกอบด้วย หอพระราชประวัติสมเด็จพระบรมราชชนก หอเกียรติยศแห่งมหาวิทยาลัยมหิดล และร่วมกิจกรรม Campus Tour ซึ่งนักศึกษาจะได้รับฟังบรรยาย แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และฝึกฝนทักษะในการพูดต่อหน้าสาธารณชน
อนึ่ง โครงการดังกล่าวยังมีส่วนสำคัญในการสร้างความร่วมมือเครือข่ายกับนักศึกษา เพื่อเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้มีบทบาท และร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับฝ่ายจดหมายเหตุและพิพิธภัณฑ์ ในการถ่ายทอดเรื่องราวน่าประทับใจเกี่ยวกับมหาวิทยาลัยมหิดลแก่ผู้มาเยือน รวมถึงการสร้างสรรค์กิจกรรมต่าง ๆ ร่วมกันในอนาคต นับเป็นการสร้างเสริมความสัมพันธ์อันดี ระหว่างนักศึกษา MU Guide รุ่นก่อนหน้าและรุ่นปัจจุบัน รวมถึงบุคลากรของฝ่ายจดหมายเหตุและพิพิธภัณฑ์ หอสมุดและคลังความรู้มหาวิทยาลัยมหิดลอีกด้วย
วัตถุประสงค์โครงการ
1. เพื่อให้บริการวิชาการด้านจดหมายเหตุและพิพิธภัณฑ์แก่นักศึกษา เกี่ยวกับข้อมูลประวัติศาสตร์ ของมหาวิทยาลัยมหิดล ผ่านเกร็ดเรื่องเล่าและนิทรรศการ
2. เพื่อฝึกฝนทักษะการพูดให้นักศึกษาสามารถเป็นมัคคุเทศก์นำชมมหาวิทยาลัย ที่พร้อมให้ข้อมูลแก่ผู้มาเยือนได้อย่างถูกต้องและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน
3. เพื่อสร้างความร่วมมือเครือข่ายกับนักศึกษา ในการร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับฝ่ายจดหมายเหตุและพิพิธภัณฑ์ หอสมุดฯ ในการต้อนรับผู้มาเยี่ยมเยือนมหาวิทยาลัยมหิดล
4. เพื่อเปิดโอกาสให้นักศึกษาผู้เข้ารับการอบรมได้เข้าร่วมโครงการหรือกิจกรรมอื่น ๆ ภายใต้การดูแลของฝ่ายจดหมายเหตุและพิพิธภัณฑ์ หอสมุดและคลังความรู้มหาวิทยาลัยมหิดลในอนาคต
ภาพบรรยากาศ
กำหนดการเดินทาง
QUICK LINKS
ติดต่องานบริหารจดหมายเหตุ
ติดต่องานพิพิธภัณฑ์และนิทรรศการ
*** สถานที่ติดต่อเข้าชมนิทรรศการหอพระราชประวัติสมเด็จพระบรมราชชนก และหอเกียรติยศแห่งมหาวิทยาลัยมหิดล
© 2021 ฝ่ายจดหมายเหตุและพิพิธภัณฑ์ หอสมุดและคลังความรู้มหาวิทยาลัยมหิดล. All Rights Reserved.
ยุวมัคคุเทศก์
MU GUIDE
โครงการอบรมยุวมัคคุเทศก์ MU Guide รุ่นที่ 6
ประจำปี 2559
ชื่อโครงการ
อบรมยุวมัคคุเทศก์ “MU Guide” รุ่นที่ 6
หลักการและเหตุผล
ฝ่ายจดหมายเหตุและพิพิธภัณฑ์ หอสมุดและคลังความรู้มหาวิทยาลัยมหิดล ดำเนินการจัดโครงการอบรมยุวมัคคุเทศก์ “MU Guide” ขึ้นครั้งแรกในปี พ.ศ. 2554 เพื่อสนับสนุนยุทธศาสตร์ของมหาวิทยาลัยในการส่งเสริมให้นักศึกษาได้เรียนรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ ความเป็นมาของมหาวิทยาลัย เพื่อให้เกิดความภาคภูมิใจ และได้พัฒนาทักษะการพูดต่อหน้าสาธารณชน เพื่อเป็นตัวแทนในการสร้างภาพลักษณ์ของมหาวิทยาลัยแก่ผู้มาเยือน ให้มีความเด่นชัดและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่งโครงการนี้จะเป็นเวทีให้นักศึกษาได้นำความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ในกิจกรรมนำชมมหาวิทยาลัย และการต้อนรับอาคันตุกะได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม พร้อมทั้งเกิดความตระหนักถึงคุณค่าของมหาวิทยาลัยมหิดลในฐานะปัญญาของแผ่นดิน อันเป็นสถาบันที่ก่อประโยชน์และสร้างสรรค์สังคม
ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2560 นี้ ฝ่ายจดหมายเหตุและพิพิธภัณฑ์ หอสมุดฯ จึงพิจารณาจัดโครงการอบรมยุวมัคคุเทศก์ “MU Guide” รุ่นที่ 6 ขึ้น เป็นโครงการต่อเนื่อง เพื่อบริการวิชาการด้านจดหมายเหตุและพิพิธภัณฑ์แก่นักศึกษา ในการฝึกอบรมเป็นมัคคุเทศก์ ซึ่งมีส่วนสำคัญในการนำเสนอภาพลักษณ์ของมหาวิทยาลัยให้เป็นไปในทางที่ดี ดังเช่นที่ผ่านมา โดยการอบรมจะเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้ไปเยี่ยมชมแหล่งเรียนรู้ที่สำคัญเกี่ยวกับมหาวิทยาลัยมหิดล ประกอบด้วย อุทยานธรรมชาติวิทยาสิรีรุกขชาติ หอพระราชประวัติศรีสวรินทิราราชภักดี หอพระราชประวัติบรมราชบุพการีกิตติประกาศ หอพระราชประวัติสมเด็จพระบรมราชชนก หอเกียรติยศแห่งมหาวิทยาลัยมหิดล และร่วมกิจกรรม Campus Tour ซึ่งนักศึกษาจะได้รับฟังบรรยาย แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และฝึกฝนทักษะในการพูดต่อหน้าสาธารณชน
อนึ่ง โครงการดังกล่าวยังมีส่วนสำคัญในการสร้างความร่วมมือเครือข่ายกับนักศึกษา เพื่อเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้มีบทบาท และร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับฝ่ายจดหมายเหตุและพิพิธภัณฑ์ ในการถ่ายทอดเรื่องราวน่าประทับใจเกี่ยวกับมหาวิทยาลัยมหิดลแก่ผู้มาเยี่ยมเยือน รวมถึงการสร้างสรรค์กิจกรรมต่างๆ ร่วมกันในอนาคต นับเป็นการสร้างเสริมความสัมพันธ์อันดี ระหว่างนักศึกษา MU Guide รุ่นก่อนหน้าและรุ่นปัจจุบัน รวมถึงบุคลากรของฝ่ายจดหมายเหตุและพิพิธภัณฑ์ หอสมุดและคลังความรู้มหาวิทยาลัยมหิดลอีกด้วย
วัตถุประสงค์โครงการ
1. เพื่อให้บริการวิชาการด้านจดหมายเหตุและพิพิธภัณฑ์แก่นักศึกษา เกี่ยวกับข้อมูลประวัติศาสตร์ของมหาวิทยาลัยมหิดล ผ่านเกร็ดเรื่องเล่าและนิทรรศการ
2. เพื่อฝึกฝนทักษะการพูดให้นักศึกษาสามารถเป็นมัคคุเทศก์นำชมมหาวิทยาลัย ที่พร้อมให้ ข้อมูลแก่ผู้มาเยือนได้อย่างถูกต้องและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน
3. เพื่อสร้างความร่วมมือเครือข่ายกับนักศึกษา ในการร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับฝ่ายจดหมายเหตุ และพิพิธภัณฑ์ หอสมุดฯ ในการต้อนรับผู้มาเยี่ยมเยือนมหาวิทยาลัยมหิดล
4. เพื่อเปิดโอกาสให้นักศึกษาผู้เข้ารับการอบรมได้เข้าร่วมโครงการหรือกิจกรรมอื่นๆ ภายใต้ การดูแลของฝ่ายจดหมายเหตุและพิพิธภัณฑ์ หอสมุดฯ ในอนาคต
ภาพบรรยากาศ
กำหนดการเดินทาง
QUICK LINKS
ติดต่องานบริหารจดหมายเหตุ
ติดต่องานพิพิธภัณฑ์และนิทรรศการ
*** สถานที่ติดต่อเข้าชมนิทรรศการหอพระราชประวัติสมเด็จพระบรมราชชนก และหอเกียรติยศแห่งมหาวิทยาลัยมหิดล
© 2021 ฝ่ายจดหมายเหตุและพิพิธภัณฑ์ หอสมุดและคลังความรู้มหาวิทยาลัยมหิดล. All Rights Reserved.