Banner

ในปี พ.ศ. 2563 เป็นปีที่ครบรอบ 120 ปี วันพระราชสมภพ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ซึ่งพระองค์ได้ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจนานัปการ เพื่อความร่มเย็นเป็นสุขให้กับปวงชนชาวไทย โดยเฉพาะด้านการแพทย์และการสาธารณสุข ที่เป็นการสืบสานพระปณิธานแห่งสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ทั้งยังทรงมีพระเมตตาแผ่ปกมายังมหาวิทยาลัยมหิดลอย่างหาที่สุดมิได้ เพื่อเป็นการน้อมสำนึกในพระกรุณาธิคุณ ฝ่ายจดหมายเหตุและพิพิธภัณฑ์ หอสมุดและคลังความรู้มหาวิทยาลัยมหิดล จึงได้จัดนิทรรศการ "120 ปี สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี" ขึ้นในโอกาสนี้

section-1

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2443 ปีชวด ตรงกับปี ค.ศ. 1900 "สังวาลย์" ได้กำเนิดขึ้นมาในครอบครัวชาวบ้านธรรมดาครอบครัวหนึ่ง ไม่มีใครคาดคิดเลยว่าบุตรคนที่ 3 ของพ่อชู และแม่คำ ช่างทองที่อาศัยอยู่ในซอยวัดอนงคาราม จะได้กลายเป็นสตรีผู้สูงศักดิ์อย่างหาผู้ใดเทียบได้

"สังวาลย์" ได้รับการศึกษาเบื้องต้นจากแม่คำ ต่อมาได้เรียนที่โรงเรียนวัดอนงคาราม เมื่อโรงเรียนนั้นเลิกกิจการไป ได้ไปเรียนต่อในโรงเรียนศึกษานารี เนื่องจากขาดแคลนทุนทรัพย์ จึงได้ออกจากโรงเรียนศึกษานารี และได้ถวายตัวเป็นข้าหลวงในสมเด็จเจ้าฟ้าวไลยอลงกรณ์ กรมหลวงเพชรบุรีราชสิรินธร และถูกส่งไปเป็นนักเรียนประจำในโรงเรียนของหม่อมเจ้าหญิงมัณฑารพ กมลาสน์ หลังจากนั้นถูกส่งไปอยู่ที่พระตำหนักที่ประทับของสมเด็จพระพันวัสสาฯ และไปเรียนในโรงเรียนแห่งหนึ่งใกล้พระบรมมหาราชวัง จากนั้นได้ถูกส่งไปเรียนต่อยังโรงเรียนสตรีวิทยา โดยไปพำนักอยู่ที่บ้านของคุณหวน หงสกุล ต่อมา "สังวาลย์" ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุเข็มแทงมือมิดเล่ม จึงได้ไปรับการผ่าตัดที่บ้านพระยาดำรงแพทยาคุณ (ฮวด วีระไวทยะ) และได้พำนักอยู่บ้านพระยาดำรงฯ ต่อมาจนจบการศึกษาชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 จึงได้เข้าเรียน ณ โรงเรียนหญิงแพทย์ผดุงครรภ์ แลการพยาบาลไข้ ตามคำชักชวนของพระยาดำรงแพทยาคุณ

นักเรียนทุนพยาบาล

ในปี พ.ศ. 2456 ขณะที่ "สังวาลย์" อายุได้ 13 ปี ได้เข้าเรียน ณ โรงเรียนหญิงแพทย์ผดุงครรภ์ แลการพยาบาลไข้ ถึงแม้จะอายุต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ถึง 2 ปี แต่ด้วยในขณะนั้น มีนักเรียนพยาบาลอยู่น้อยและ "สังวาลย์" เป็นผู้ที่สามารถ อ่านออกเขียนได้อย่างดี โรงเรียนจึงรับไว้ และได้เป็นนักเรียน- หลวง คือได้อยู่ประจำที่โรงเรียนและได้รับเงินเดือน ๆ ละ 15 บาทด้วย

section-2
Section 3 Element

มหิดล ณ อยุธยา

หลังจากที่ "สังวาลย์" และอุบล เดินทางไปถึงเมืองบอสตันแล้ว สมเด็จเจ้าฟ้ากรมขุนสงขลานครินทร์ให้นักเรียนหญิงทั้ง 2 คน ได้อาศัยกับครอบครัวสตรอง ที่เมืองฮาร์ตฟอร์ด ซึ่งใช้เวลาเดินทางโดยรถไฟจากเมืองบอสตัน 4-5 ชั่วโมง โดยให้เรียนและฝึกฝนภาษาอังกฤษให้ชำนาญเสียก่อน เพื่อจะได้ฟังบรรยายในระดับมหาวิทยาลัยรู้เรื่อง คุ้มค่าของเวลาและเงินที่เสียไป

Section 4

ศรีนครินทรา ศรีแห่งแผ่นดิน

เมื่อครั้งสมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมขุนสงขลานครินทร์สิ้นพระชนม์ พระชายา "หม่อมสังวาลย์" เพิ่งจะอายุได้ 29 ปีต้องอภิบาลพระโอรสธิดาที่ยังทรงเยาว์ถึง 3 พระองค์ โดยสมเด็จพระพันวัสสาฯ ทรงให้สิทธิ์ "หม่อมสังวาลย์" เลี้ยงดูอบรมสั่งสอนพระราชนัดดาทั้งสามพระองค์ โดยจะไม่ทรงก้าวก่าย ด้วยทรงเชื่อมั่นในความฉลาดและความมีสติของพระสุณิสาเป็นอันมาก ซึ่ง "หม่อมสังวาลย์" ได้เลี้ยงดูพระโอรสธิดาอย่างสมัยใหม่ ถูกหลักอนามัย ตามที่ได้เคยศึกษามาจากต่างประเทศ ไม่ได้ใช้ระเบียบโบราณ เมื่อพระโอรสธิดาทรงเจริญวัยขึ้น ก็โปรดให้ทรงเข้าศึกษาในโรงเรียนร่วมกับสามัญชน

สืบสานพระปณิธานเพื่อสังคม

สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจในด้านการแพทย์และการสาธารณสุขเพื่อความอยู่ดีมีสุขของประชาชนชาวไทย นับเป็นการสืบสานพระปณิธานในสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ที่ต้องการพัฒนาการแพทย์และการสาธารณสุขให้เพียงพอต่อความต้องการของคนในประเทศ

Section 5

แพทย์อาสาสมเด็จพระบรมราชชนนี

องค์อุปถัมภ์การพยาบาลไทย

มูลนิธิขาเทียม

มูลนิธิถันยรักษ์

การถวายรางวัลในระดับนานาชาติ

สมเด็จย่า กับ ม.มหิดล

จัดทำโดย ฝ่ายจดหมายเหตุและพิพิธภัณฑ์
หอสมุดและคลังความรู้มหาวิทยาลัยมหิดล

© Copyright 2021 Mahidol University Archives and Museums, All right Reserved