

แสงแรกพระบารมี
Dawn of Royal Grace

พระราชสมภพ

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงเป็นธิดาในพระวรวงศ์เธอ กรมหมื่นจันทบุรีสุรนาถ (หม่อมเจ้านักขัตรมงคล กิติยากร) กับ หม่อมหลวงบัว กิติยากร (ราชสกุลเดิม สนิทวงศ์) เสด็จพระราชสมภพเมื่อวันศุกร์ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2475 สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินีในรัชกาลที่ 7 พระราชทานนามว่า หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ อันมีความหมายว่า "ผู้เป็นศรีแห่งกิติยากร"


พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้านักขัตมงคล กิติยากร และ หม่อมหลวงบัว กิติยากร



สมเด็จพระนางเจ ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เมื่อมีพระชนมายุ 5 พรรษา



หม่อมหลวงบัว กิติยากร อุ้มสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ขณะมีพระชนมายุ 3 เดือน

การศึกษา

เมื่อทรงพระเยาว์ ได้ทรงศึกษาที่โรงเรียนราชินีในระดับอนุบาล และย้ายไปโรงเรียนเซนต์ฟรังซีสซาเวียร์คอนแวนต์ ตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 จนถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จากนั้นโดยเสด็จพระบิดา ที่เสด็จไปทรงรับราชการในตำแหน่งอัครราชทูต ประจำประเทศอังกฤษ ซึ่งได้ทรงศึกษาวิชาภาษาอังกฤษ ภาษาฝรั่งเศส และเรียนเปียโนกับครูพิเศษ หลังจากนั้นพระบิดาทรงย้ายไปประจำที่ประเทศเดนมาร์กและฝรั่งเศส จึงย้ายไปอยู่ที่ประเทศฝรั่งเศสและฝึกซ้อมเปียโนอย่างหนักเพื่อเตรียมจะเข้าศึกษาต่อในวิทยาลัยที่ชื่อเสียงด้านดนตรีในกรุงปารีส



สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ฉายภาพรูปกับพระบิดา

ราชาภิเษกสมรส

ระหว่างที่ประทับที่ฝรั่งเศสนั้น ครอบครัวกิติยากร ได้มีโอกาสเข้าเฝ้าฯ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช อยู่เสมอ จึงทรงคุ้นเคยและต้องพระราชอัธยาศัยกัน กระทั่งสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงประสบอุปัทวเหตุทางรถยน ต์ หม่อมหลวงบัวและหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ ได้เข้าเฝ้าฯ เยี่ยมพระอาการเป็นประจำ จึงยิ่งทำให้ทรงคุ้นเคยกันมากขึ้น เมื่อสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ มีพระอาการดีขึ้นแล้ว สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีจึงรับสั่งขอหมั้น หม่อมราชวงสิริกิติ์ ให้กับสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เป็นการภายใน เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2492
หลังจากนั้นสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เสด็จนิวัตพระนครพร้อมพระคู่หมั้น เพื่อการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพรัชกาลที่ 8 ใน พ.ศ. 2493 หลังจากนั้น วันที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2493 จึงโปรดเกล้าฯ ให้จัดการพระราชพิธีราชาภิเษกสมรส ณ วังสระปทุม โดยมีสมเด็จพระศรี-สวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า ทรงเป็นประธานในพิธี และมีการสถาปนาหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ เป็น สมเด็จพระราชินีสิริกิติ์ และในพระราชพิธีบรมราชาภิ เษก เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2493 ทรงได้รับการสถาปนาเป็น สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี แล้วจึงเสด็จฯ กลับไปยังประเทศสวิตเซอร์แลนด์เพื่อทรงรักษาพระองค์และทรงศึกษาต่อ กระทั่ง พ.ศ. 2495 จึงได้เสด็จนิวัตพระนครเป็นการถาวร


พระราชพิธีราชาภิเษกสมรส ณ ตำหนักสมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้าในวังสระปทุม



ทรงรับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์และเครื่องอิสริยราชูปโภค ในการสถาปนา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี ระหว่างพระราชพิธีบรมราชาภิเษกพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2493

สถาปนาบรมราชินีนาถ

พ.ศ. 2499 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช มีพระราชศรัทธาเสด็จออกทรงพระผนวช จึงโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี เป็นผู้สำเร็จราชการในพระองค์ และได้ทรงปฏิบัติพระราชภารกิจแทนพระองค์ด้วยพระปรีชาสามารถ สนองพระราชประสงค์เป็นที่เรียบร้อย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เฉลิมพระอภิไธยเป็นสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2499
พระราชสันตติวงศ์

พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงมีพระราชโอรส พระราชธิดา 4 พระองค์ คือ
- ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี (ประสูติ 5 เมษายน พ.ศ. 2494)
- พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว (พระราชสมภพ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2495)
- สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี (พระราชสมภพ 2 เมษายน พ.ศ. 2498)
- สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี (ประสูติ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2500)

พระบรมราชชนนีพันปีหลวง


เมื่อครั้งพระบรมราชปิโยรสเสด็จผ่านพิภพ เข้าพระราชพิธีบรมราชาภิเษกเป็น พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว แล้ว จึงโปรดเกล้าฯ ให้เฉลิมพระนามาภิไธยสมเด็จพระบรมราชชนนี ตามแบบโบราณราชประเพณีว่า "สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง"
เสด็จสวรรคต

หลังจากทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจในการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนชาวไทย สนองพระบรมราชดำริในพระบรมราชสวามี และทรงส่งเสริมพระกรณียกิจในพระบรมราชปิโยรสมาอย่างยาวนานตลอดพระชนม์ชีพ กระทั่งทรงพระประชวร และเสด็จฯ ไปประทับรักษาพระองค์ ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย กระทั่งวันที่ สภากาชาดไทย ตั้งแต่ พ.ศ. 2562 กระทั่งวันที่ 24 ตุลา คม พ.ศ. 2568 เวลา 21.21 น. จึงเสด็จสวรรคตด้วยพระอาการสงบ สิริพระชนมพรรษา 93 พรรษา 2 เดือน 12 วัน




