Header Decor
Section Header Decor

ภูษาศิลป์แห่งแผ่นดินสยาม

Siamese Silk, Siamese Style

1

พระมารดาแห่งไหมไทย

subtitle-decor

เมื่อเสด็จพระราชดำเนินไปยังถิ่นธุรกันดารเพื่อทรงเยี่ยมเยียนราษฎร ทอดพระเนตรชีวิตความเป็นอยู่ เพื่อทรงหาหนทางในการพัฒนาคุณภาพชีวิตต่อไป ซึ่งแต่ละครั้งพระองค์ทอดพระเนตรเห็นชาวบ้านนุ่งผ้าซิ่นไหมมัดหมี่อย่างสวยงามมาเฝ้าฯ อยู่เสมอ หรือแม้กระทั่งผ้าถูเรือนทอลายโบราณอย่างงดงามก็ไม่รอดพ้นสายพระเนตร จึงมีพระราชดำริในการอนุรักษ์ลายผ้าและกรรมวิธีโบราณต่าง ๆ ไว้ ทั้งยังทรงต่อยอดให้ส่งเสริมอาชีพการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมอย่างครบวงจร และพัฒนาสีสันลวดลายให้ทันสมัยโดยยังสามารถรักษาภูมิปัญญาอันทรงคุณค่าไว้ด้วย และได้ทรงงานและทรงสนับสนุนอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ พ.ศ. 2513 จะเห็นได้จากการทรงฉลองพระองค์จากผ้าไหมในแทบจะทุกโอกาส

ต่อมาเมื่อ พ.ศ. 2550 ได้พระราชทานสัญลักษณ์ "นกยูงไทย" (Royal Thai Silk) ให้เป็นเครื่องหมายรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ผ้าไหมไทย โดยแบ่งออกเป็น 4 ชนิด ได้แก่

  1. ตรานกยูงพระราชทานสีทอง (Royal Thai Silk) : สำหรับผ้าไหมที่ผลิตจากเส้นไหมและวัตถุดิบธรรมชาติ โดยใช้กระบวนการทอแบบพื้นบ้านดั้งเดิม
  2. ตรานกยูงพระราชทานสีเงิน (Classic Thai Silk) : สำหรับผ้าไหมที่ทอจากเส้นไหมแท้ แต่ใช้เครื่องจักรทอและอาจย้อมด้วยสีเคมี
  3. ตรานกยูงพระราชทานสีน้ำเงิน (Thai Silk) : สำหรับผ้าไหมไทยแท้ที่ผลิตด้วยกระบวนการสมัยใหม่
  4. ตรานกยูงพระราชทานสีเขียว (Thai Silk Blend) : สำหรับผ้าไหมที่มีเส้นใยอื่นผสมอยู่ แต่ต้องมีเส้นไหมแท้เป็นส่วนประกอบหลัก

และเพื่อเป็นการน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ จึงมีการถวายพระสมัญญา "พระมารดาแห่งไหมไทย" เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาส มหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา 12 สิงหาคม พ.ศ. 2555

2
3
4
5
6

ชุดไทยพระราชนิยม

subtitle-decor

เมื่อ พ.ศ. 2503 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร จะเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเจริญสัมพันธไมตรีกับนานาประเทศ และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงต้องโดยเสด็จฯ ไปร่วมงานต่าง ๆ ด้วยนั้น ถือว่าจะต้องทรงเป็นตัวแทนและเป็นหน้าตาของประเทศไทยด้วย ซึ่งในสมัยนั้นสตรีไทยยังไม่มีการแต่งกายที่เป็นแบบแผนและแสดงเอกลักษณ์ของชาติที่ชัดเจน สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงจึงมีพระราชดำริที่ให้ค้นคว้าการแต่งกายของสตรีไทยในรูปแบบต่าง ๆ ทั้งในราชสำนักและของประชาชน รวมถึงการประยุกต์โดยการออกแบบตัดเย็บอย่างสมัยใหม่ ให้สามารถสวมใส่ได้โดยสะดวก เพื่อความสง่างามและเหมาะสมกับยุคสมัย แต่ยังคงเอกลักษณ์ความเป็นไทยอย่างชัดเจน กระทั่งผ่านพระราชวินิจฉัยออกมา 8 แบบ ซึ่งเรารู้จักกันว่า "ชุดไทยพระราชนิยม" เป็นต้นแบบของชุดประจำชาติไทยสืบมา เป็นการแสดงพระอัจฉริยภาพในด้านศิลปวัฒนธรรมและแฟชั่นให้เป็นที่ประจักษ์แก่ชาวไทยและชาวโลก ทั้งยังเป็นการส่งเสริมอุตสาหกรรมสิ่งทอในประเทศด้วย

7
8
9
10

ชุดไทยพระราชนิยม 8 แบบ

subtitle-decor
11

ชุดไทยเรือนต้น

ตั้งตามชื่อพระตำหนักเรือนต้นในพระราชวังดุสิต เป็นชุดไทยแบบลำลอง ใช้ในโอกาสไม่เป็นทางการ ตัดเย็บด้วยผ้าฝ้ายหรือผ้าไหม ลักษณะเป็นผ้านุ่งป้ายยาวจรดข้อเท้า ผ้าลายตามขวางหรือตามยาวก็ได้ เสื้อเป็นคอกลมตื้น ใช้ผ้าสีตามริ้วหรือเชิง จะเป็นสีเดียวกับซิ่นหรือสีตัดกันก็ได้ แขนสามส่วน ติดกระดุมหน้าห้าเม็ด ใช้เครื่องประดับน้อยชิ้น

11

ชุดไทยบรมพิมาน

ตั้งตามชื่อพระที่นั่งบรมพิมานในพระบรมมหาราชวัง ใช้ในงานพระราชพิธีและงานพิธีกลางคืน เสื้อแขนยาวคอกลม มีขอบตั้ง ตัวเสื้อและผ้านุ่งติดกันเป็นชุดเดียว ตัดเย็บด้วยผ้าไหมที่มีทองแกมหรือยกทองทั้งตัวก็ได้ นุ่งจีบแล้วใช้เข็มขัดไทยคาด

11

ชุดไทยอมรินทร์

ตั้งตามชื่อพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัยไทยสูรยพิมานในพระบรมมหาราชวัง ใช้ในงานพระราชพิธีและงานพิธีกลางคืน มีลักษณะเหมือนชุดไทยจิตรลดา แต่ตัดเย็บด้วยผ้ายกไหมที่มีทองแกมหรือยกทองทั้งตัว ความสวยงามอยู่ที่เนื้อผ้าและเครื่องประดับ

11

ชุดไทยดุสิต

ชุดไทยดุสิต ตั้งตามชื่อพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทในพระบรมมหาราชวัง ใช้ในงานพิธีเต็มยศกลางคืน ตัดเย็บด้วยผ้ายกไหมหรือยกทอง ผ้านุ่งจีบ เสื้อคอกว้าง ไม่มีแขน ปักด้วยดิ้นเงินดิ้นทองหรือลูกปัด

15

ชุดไทยศิวาลัย

ชุดไทยศิวาลัยตั้งตามชื่อพระที่นั่งศิวาลัยมหาปราสาทในพระบรมมหาราชวัง ใช้ในงานพระราชพิธีทั้งเวลากลางวันและกลางคืน เป็นชุดแบบเดียวกับชุดไทยบรมพิมาน แต่ห่มสะพักทับอีกชั้น

16

ชุดไทยจักรพรรดิ์

ชุดไทยจักรพรรดิ ตั้งตามชื่อพระที่นั่งจักรพรรดิพิมานในพระบรมมหาราชวัง ใช้ในงานพิธีเต็มยศกลางคืน ท่อนบนห่มผ้าสองชั้น ชั้นในมักเป็นสไบจีบ และห่มสะพักทับ ผ้านุ่งยกทอง จีบหน้าแบบเดียวกับชุดไทยจักรี คาดเข็มขัดและใส่เครื่องประดับเข้าชุดกัน

17

ชุดไทยจิตรลดา

ตั้งตามชื่อพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน เป็นชุดที่ใช้ในเวลากลางวัน ลักษณะทั่วไปคล้ายกับชุดไทยเรือนต้น ต่างกันตรงคอเสื้อที่มีขอบตั้ง แขนยาวจรดข้อมือ ใช้ผ้านุ่งป้ายเป็นผ้าไหมยกดอกมีเชิงหรือยกดอกทั้งตัว ใช้เครื่องประดับตามควร

18

ชุดไทยจักรี

ตั้งตามชื่อพระที่นั่งจักรีมหาปราสาทในพระบรมมหาราชวัง ใช้ในงานพิธีกลางคืน ท่อนบนเปิดไหล่หนึ่งด้าน เป็นสไบปักหรือไม่ปักก็ได้ตัดเย็บติดกับท่อนล่างซึ่งเป็นผ้านุ่งจีบ เป็นผ้าไหมยกทองทั้งตัวหรือยกเฉพาะเชิงก็ได้

จารึกไว้ ณ มหิดล

แสงแรกพระบารมี

พระเมตตาแผ่ไพศาล

อัครภิรักษศิลปิน

ภูษาศิลป์แห่งแผ่นดินสยาม

นิทรรศการเนื่องในวันพระราชทานนามมหาวิทยาลัยมหิดล ประจำปี 2569

นิทรรศการ "สายธารพระเมตตาบรมราชินีนาถ"

โดย ฝ่ายจดหมายเหตุและพิพิธภัณฑ์

หอสมุดและคลังความรู้มหาวิทยาลัยมหิดล

© 2026 Mahidol University Archives and Museums, All right Reserved

ร่วมประเมินนิทรรศการ