

พระเมตตาแผ่ไพศาล
Boundless Royal Benevolence
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้โดยเสด็จพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ไปทรงเยี่ยมราษฎรในท้องถิ่นต่าง ๆ ทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ ทำให้ทรงเห็นถึงปัญหาที่ทำให้ราษฎรประสบความทุกข์ยากในการดำรงชีวิต จึงได้พระราชทานแนวพระราชดำริเพื่อช่วยเหลือราษฎรในทุกมิติเพื่อความผาสุกอย่างยั่งยืน
ด้านการศึกษา

ทรงห่วงใยด้วยวิญญาณแห่งความเป็นแม่และครูที่ทรงมีอยู่อย่างเปี่ยมล้น ไม่ใช่แต่จะทรงให้การศึกษาแก่เด็กที่ด้อยโอกาส ยังทรงช่วยพิจารณาถึงแนวทางการ ประกอบอาชีพให้กับพ่อแม่ผู้ปกครอง โดยคำนึงถึงศักยภาพในการศึกษาของเด็กด้วย
ทั้งยังโปรดเกล้าฯ ให้สร้างห้องสมุดอเนกประสงค์ขึ้นเพื่อพระราชทานแก่ราษฎรทุกเพศ ทุกวัย และทุกระดับความรู้ พระราชทานชื่อห้องสมุดนี้ว่า "ศาลารวมใจ" ใหญ่สร้างใกล้วัดหรือในวัด เพื่อให้วัดคงความเป็นศูนย์กลางของหมู่บ้าน ทั้งเรื่องความรู้ทั่วไป รวมถึงหนังสือที่สามารถใช้ส่งเสริมการประกอบอาชีพ เช่น คู่มือการเกษตรต่าง ๆ


ด้านการศาสนา

นอกจากจะทรงปฏิบัติพระองค์เป็นพุทธศาสนิกชนที่ดีแล้ว ทรงตระหนักว่าทุกศาสนาล้วนมีความสำคัญ ในฐานะเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจของประชาชนเช่นเดียวกัน จึงทรงอุปถัมภ์ทะนุบำรุงกิจการของศาสนาต่าง ๆ ในประเทศไทย อันได้แก่ ศาสนาอิสลาม ศาสนาค ริสต์ ศาสนาพราหมณ์-ฮินดู และศาสนาซิกข์ อย่างสม่ำเสมอ

ด้านการอนุรักษ์ธรรมชาติ

"พระเจ้าอยู่หัวเป็นน้ำ ฉันจะเป็นป่า ป่าที่ถวายความจงรักภักดีต่อน้ำ พระเจ้าอยู่หัวสร้างอ่างเก็บน้ำ ฉันจะสร้างป่า" พระราชดำรัสองค์นี้สื่อถึงความเข้าพระทัยในการอยู่ร่วมกันระหว่างป่าและน้ำเป็นอย่างดี ทำให้เห็นพระกรณียกิจในการส่งเสริมการปลูกป่า ซึ่งนอกจากเป็นการรักษาแหล่งต้นน้ำ เพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่แผ่นดินแล้ว ยังเป็นการเพิ่มพื้นที ่หากินสำหรับสัตว์ป่าอีกด้วย
นอกจากนั้นยังทรงริเริ่มงานอนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล เนื่องจากทรงเห็นว่าคนไทยนิยมรับประทานไข่เต่า หรือที่เรียกกันว่า "ไข่จะละเม็ด" ทรงเกรงว่าเต่าทะเลจะสูญพันธุ์ เป็นเหตุให้เกิด โครงการสมเด็จฯ อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล ณ เกาะมันใน จังหวัดระยอง เพื่อเพาะพันธุ์เต่าทะเลและปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ สืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน




