ศรีนครินทรา ศรีแห่งแผ่นดิน

เมื่อครั้งสมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมขุนสงขลานครินทร์สิ้นพระชนม์ พระชายา "หม่อมสังวาลย์" เพิ่งจะอายุได้ 29 ปี ต้องอภิบาลพระโอรสธิดา ที่ยังทรงเยาว์ถึง 3 พระองค์ โดยสมเด็จพระพันวัสสาฯ ทรงให้สิทธิ์ในการ เลี้ยงดูอบรมสั่งสอนทั้งสามพระองค์ ด้วยทรงเชื่อมั่นในความฉลาดและ ความมีสติของพระสุณิสาเป็นอันมาก ซึ่ง "หม่อมสังวาลย์" ได้เลี้ยงดู พระโอรสธิดาอย่างสมัยใหม่ ถูกหลักอนามัย ตามที่ได้เคยศึกษามาจาก ต่างประเทศ เมื่อพระโอรสธิดาทรงเจริญวัยขึ้น ก็โปรดให้ทรงเข้าศึกษาใน โรงเรียนร่วมกับสามัญชน

ในปี พ.ศ. 2475 เกิดการเปลี่ยนแปลงการปกครองของ ประเทศ ทำให้สมเด็จพระพันวัสสาฯ ทรงเป็นห่วงความเป็นอยู่ การศึกษา และพระสุขภาพของพระราชนัดดา จึงทรงปรึกษากับเจ้านายที่ใกล้ชิด รวมถึง "หม่อมสังวาลย์" ความสรุปว่าจะส่งพระราชนัดดาไปประทับ ณ เมืองโลซาน ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เนื่องจากเป็นเมืองที่มีอากาศดี ภูมิประเทศสวยงาม พลเมืองมีอัธยาศัยดี และยังเป็นเมืองที่สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมหลวงสงขลานครินทร์ โปรดมากอีกด้วย โดยประทับที่แฟลตเลขที่ 19 ถนนดิสโชต์ และให้พระโอรสธิดาเสด็จไปทรงเรียนหนังสือที่โรงเรียนประถม เมียร์มอง

Prince Mother 1

ในปี พ.ศ.2488 หลังจากสงครามโลกครั้งที่ 2 จบลง สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดลเสด็จฯ นิวัติพระนครพร้อมด้วย สมเด็จพระบรมราชชนนีและพระราชอนุชา ได้ทรงประกอบพระราชกรณียกิจ ต่าง ๆ เช่น พิธีพระราชทานรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ การเสด็จฯ เยี่ยมราษฎร สำเพ็ง การพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ เป็นต้น และเตรียมจะเสด็จฯ กลับไปทรง ศึกษาต่อ ในวันที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2489 แต่ในวันที่ 9 มิถุนายน เกิด เหตุอุปัทวเหตุต้องพระแสงปืนสวรรคต สภาผู้แทนราษฎรมีมติกราบ บังคมทูลเชิญพระราชโอรสพระองค์เล็กใน "สมเด็จพระราชชนนีศรีสังวาลย์" คือ สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าภูมิพลอดุลยเดช ขึ้นครองสิริราชสมบัติ เป็น พระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 9 แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์

Princess Mother 2

ต่อมาในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2477 เกิดการเปลี่ยนแปลง ครั้งใหญ่กับครอบครัวมหิดลอีกครั้งหนึ่ง ด้วยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้า- เจ้าอยู่หัวทรงสละราชสมบัติ และรัฐบาลในขณะนั้นได้กราบบังคมทูลเชิญ พระองค์เจ้าอานันทมหิดล ขึ้นเป็นพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 8 แห่งพระบรม- ราชจักรีวงศ์ พระเชษฐภคินีและพระอนุชาได้เลื่อนพระฐานันดรศักดิ์เป็น สมเด็จเจ้าฟ้า และ "หม่อมสังวาลย์" พระราชมารดา ได้เปลี่ยนพระนามเป็น "พระราชชนนีศรีสังวาลย์" จากนั้นพระราชชนนีได้ย้ายที่พักเพื่อให้ สมพระเกียรติพระเจ้าแผ่นดินพระองค์ใหม่ แต่ก็กระทำโดยการประหยัด และ ได้เลือกบ้านหลังหนึ่งในเมืองพุยยี่ ตั้งชื่อบ้านนั้นว่า วิลล่าวัฒนา ทรงอภิบาล พระโอรสธิดาทุกพระองค์ โดยใช้หลักการเลี้ยงดู คือ

  1. เด็กต้องมีอนามัยที่สมบูรณ์
  2. ต้องอยู่ในระเบียบวินัย โดยไม่บังคับเข้มงวดเกินไป
  3. ต้องเป็นคนดี และอีกข้อที่สำคัญคือ ต้องมีความรับผิดชอบต่อประเทศชาติ

ต่อมาในปี พ.ศ. 2481 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดลเสด็จฯ นิวัติพระนครพร้อมพระประยูรญาติเป็นครั้งแรกหลังจากเสด็จขึ้นครอง ราชสมบัติ เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้ประชาชน พร้อมกับทรงศึกษา และซึมซับความเป็นไทยให้มากขึ้นด้วย และในครั้งนั้น ได้สถาปนา "พระราชชนนีศรีสังวาลย์" ขึ้นเป็น "สมเด็จพระราชชนนีศรีสังวาลย์" ทำให้เห็นถึงการยอมรับในพระราชจริยวัตรและพระปรีชาสามารถในการ อภิบาลเลี้ยงดูยุวกษัตริย์ให้ทรงเจริญพระชนม์ได้เป็นอย่างดี หลังจากประทับ อยู่ในประเทศไทยได้ 2 เดือน ก็เสด็จพระราชดำเนินไปทรงศึกษาต่อ ณ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ตามเดิม

Princess Mother 3
Prince Mother 4

พระราชกรณียกิจของพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 นั้นมีมากมายยากที่จะกล่าวได้หมดดังที่เรารับทราบอยู่แล้ว เป็นผลมาจากการเลี้ยงดู อบรม สั่งสอน ฝึกฝน และส่งผ่านพระปณิธานของสมเด็จพระบรมราชชนกมาจากสมเด็จพระราชชนนีตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ ด้วยทรงระลึกถึงพระเดชพระคุณใน สมเด็จพระบรมราชชนกและสมเด็จพระบรมราชชนนี ในวันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2513 จึงได้มีการเฉลิมพระนามพระอัฐิ สมเด็จพระราชบิดาเจ้าฟ้ามหิดล- อดุลยเดช กรมหลวงสงขลานครินทร์ เป็น "สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก" และเฉลิมพระนามสมเด็จพระราชชนนีศรีสังวาลย์ เป็น "สมเด็จพระศรีนครินราบรมราชชนนี" และตลอดพระชนมชีพของพระองค์ได้ทรงประกอบพระกรณียกิจอันเป็นคุณประโยชน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้าน การสาธารณสุขให้กับชาวไทยในชนบท แม้หลังจากเสด็จสวรรคตในวันที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2538 แล้ว ก็ยังได้รับการสืบสานพระปณิธานจนถึงปัจจุบัน

กลับไปหน้าแรก

จัดทำโดย ฝ่ายจดหมายเหตุและพิพิธภัณฑ์
หอสมุดและคลังความรู้มหาวิทยาลัยมหิดล

© Copyright 2021 Mahidol University Archives and Museums, All right Reserved